นายองอาจ ที่ปรึกษา รมว.อว. เป็นประธานเปิดงาน FI ASIA 2019 งานแสดงสินค้าส่วนผสมอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ฯ จับมือ มหาดไทย นำระบบ BIG DATA มาใช้บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน
10/09/2019
ทูตรัสเซีย เข้าพบ ดร.สุวิทย์ กระชับความร่วมมือด้าน อววน.
12/09/2019

  วันที่ (11 กันยายน 2562) ณ ห้อง GH 202 ไบเทค บางนา อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เปิดฉากงานฟู้ดอินกรีเดียนท์เอเชีย 2019 หรือ Fi Asia 2019 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยได้รับเกียรติจาก นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน-ประเทศไทย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์/ นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ/ และนายสายัน ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดงาน

นายองอาจ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และเยี่ยมชมบูธต่างๆ ในงาน Fi Asia 2019 ซึ่งงานนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้ ณ ไบเทค บางนา เป็นงานแสดงส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มที่จัดสลับระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ปีนี้มีการเติบโตของงานเพิ่มขึ้นจากการจัดในปี 2560 ถึง 25% พื้นที่จัดแสดงสินค้าครอบคลุมระหว่างฮอลล์ 101-104 ที่ไบเทค บางนา และมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ามากถึง 750 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าแล้วกว่า 10,000 ราย โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 20,000 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มจากประเทศไทย 60% รองลงมาได้แก่ ประเทศในกลุ่มอาเซียน 25% จากประเทศจีนและอินเดีย 10% ตามลำดับ โดยจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการจากฝั่งเอเชียมีความตื่นตัวในการเข้าร่วมชมงานมากที่สุด เนื่องจากการแข่งขันวงการอาหารและเครื่องดื่มของเอเชียมีความรุนแรง ซึ่งส่งผลให้ต้องพัฒนาตนเองให้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของเอเชียที่มีโอกาสและตลาดโหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการผลิตเท่านั้น จึงจะสามารถฉวยโอกาสเหล่านี้เอาไว้ได้ โดย Fi Asia 2019 เป็นอีกหนึ่งเวทีของธุรกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ครบครันไปด้วยองค์ประกอบที่ผู้ประกอบการต้องการ

เมื่อดิจิทัลกำลังเข้ามาแทนที่ทุกอย่าง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมศักยภาพของทั้งประเทศไทยและของโลกจึงต้องปรับตัวตามให้ทัน โดยจะเห็นได้ว่าองค์กรขนาดใหญ่ของวงการอาหารมีการใช้ฟู้ดเทคหรือเทคโนโลยีและนวัตกรรมนำหน้าไปก่อนแล้ว ผู้ประกอบการขนาดย่อมลงมารวมไปถึง SME จึงต้องรีบปรับตัวตามให้ทัน ก่อนที่จะอยู่อันดับรั้งท้ายของตลาด โดยมีการคาดการณ์มูลค่าฟู้ดเทคทั่วโลกจะสูงถึง 250.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 โดยในจำนวนนี้จะมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ “ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยนั้นได้รับการยอมรับในเวทีโลกอยู่แล้ว เพียงแต่เรายังขาดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าที่มีอยู่ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองในการขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ และเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีมูลประมาณ 27 ล้านล้านบาทมีการเติบโตและสามารถสร้างฐานความนิยมในตลาดต่างๆ ทั่วโลก Fi Asia 2019 จึงเปิดเวทีการเจรจาธุรกิจขึ้นอีกครั้ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ได้ขยายขีดความสามารถและเสริมศักยภาพการผลิตให้รั้งตำแหน่งผู้นำ สมฐานะการเป็นครัวโลก”

“และสำหรับไฮไลท์ในงาน Fi Asia 2019 ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 แล้วนั้น ทางผู้จัดได้นำผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากทั่วโลก มาจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรม กว่า 750 บริษัท จาก 50 ประเทศรวมถึง 8 พาวิลเลียนนานาชาติ จากสหรัฐอเมริกา จีน ไอร์แลนด์ ยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และไทย นอกจากนี้ยังมีงานประชุมวิชาการและสัมมนาหลากหลายหัวข้อ และการจัดพื้นที่แสดงสินค้าจากการจัดการแข่งขันการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับ Start-up และนิสิตนักศึกษา รวมถึงกิจกรรมด้านนวัตกรรมต่างๆ เพื่อนำเสนอเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคในอนาคต”

 สิ่งที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันว่า “เวียดนามกำลังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เนื่องจากมีการเพิ่มกำลังการผลิตและแข่งขันกับไทยด้วยราคาที่ถูกกว่า ส่วนประเทศคู่ค้าใหม่ๆ ที่ไทยควรให้ความสำคัญ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ที่มีการนำเข้าอาหารแปรรูปจากต่างประเทศและมีความต้องการในผักผลไม้แปรรูปบรรจุกระป๋อง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เพิ่มความต้องการในอาหารเส้น พาสต้า และข้าว จากปัจจัยของคนต่างชาติที่เข้าไปอยู่อาศัยและทำงานจำนวนมากขึ้น, สหรัฐอเมริกา ที่มีตลาดอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิก มูลค่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สหรัฐเป็นตลาดออร์แกนิกขนาดใหญ่ของโลก, ตุรกี ที่มีอุตสาหกรรมน้ำผลไม้พร้อมดื่มเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 มีปริมาณการจำหน่ายน้ำผลไม้พร้อมดื่มมากถึง 1,033.8 ล้านลิตร ซึ่งสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการเหล่านี้ ล้วนเป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ไทยสามารถผลิตได้อย่างมีคุณภาพ แต่การไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกับพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการนำนวัตกรรมมาแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นส่วนผสมอาหารนั้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปทำตลาดในประเทศเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

          Fi Asia เป็นงานแสดงสินค้าส่วนผสมอาหารที่จัดขึ้นในประเทศไทยสลับกับประเทศอินโดนีเซีย โดยในปีหน้า Fi Asia จะจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2563 ก่อนจะกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในระหว่างวันที่ 15 – 17 กันยายน 2564 โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมของงานได้ที่ www.fiasia.com หรือ โทร. 097 028 8000

 6,563 total views,  1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *